ส่วนงานธุรกิจ

เราเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเภสัชภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชั้นนำ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ เรามีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ประเทศไทย ปัจจุบันเราเป็นผู้จัดจำหน่ายชั้นนำในประเทศกำลังพัฒนาที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง เช่น ประเทศเมียนมาร์ เวียดนาม และกัมพูชา นอกจากนี้เรายังพัฒนา ผลิต ทำการตลาด และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์ยาตามใบสั่งแพทย์ และผลิตภัณฑ์ยาจำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์ ภายใต้แบรนด์เมก้าวีแคร์ (Mega We Care®) ของเรา ผ่านเครือข่ายการจัดจำหน่ายและผู้จัดจำหน่ายบุคคลที่สามในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ผลิตภัณฑ์แบรนด์เมก้าวีแคร์ (Mega We Care®) ของเรามีจำหน่ายใน 34 ประเทศทั่วโลก

กิจกรรมทางธุรกิจของเราในทุกขั้นตอนที่สำคัญของห่วงโซ่คุณค่าในอุตสาหกรรมยา ทำให้เรามีโอกาสเพิ่มขึ้นในการเติบโต โดยตระหนักถึงการทำงานร่วมกันที่อาจเกิดขึ้นจากการประสานความพยายามของกลุ่มธุรกิจในตลาดที่เราเลือก เราเชื่อว่าตำแหน่งผู้นำตลาดที่ถือครองโดยผลิตภัณฑ์แบรนด์เมก้าวีแคร์ (Mega We Care™) และธุรกิจจัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์แม็กซ์แคร์ (Maxxcare™) ของเรา จะช่วยเพิ่มความสามารถในการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด ผ่านการเติบโตของธุรกิจทั้งจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นและการเข้าซื้อกิจการ นอกจากนี้การเติบโตของธุรกิจจะช่วยให้เรามีทรัพยากรเพียงพอในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง และสามารถลงทุนในบริการจัดจำหน่ายเพื่อขับเคลื่อนและเสริมสร้างการเติบโตและผลกำไรในอนาคต

เราเชื่อว่าโอกาสการเติบโตที่สำคัญจะเกิดจากการมุ่งเน้นตลาดกำลังพัฒนาที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ตลาดยาและอาหารเสริมในประเทศกำลังพัฒนากำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ โดยเฉพาะตลาดสุขภาพที่ผู้บริโภคได้รับประโยชน์โดยตรงจากแนวโน้มการดูแลสุขภาพที่กำลังได้รับความนิยมทั้งในระดับโลกและระดับท้องถิ่น และคาดว่าจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

จากการเติบโตทางเศรษฐกิจของตลาดหลักที่เราดำเนินการอยู่ร่วมกับการตระหนักรู้ด้านสุขภาพของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นในตลาดเหล่านั้น เราคาดการณ์ถึงโอกาสและแนวโน้มการเติบโตของรายได้จากกลุ่มธุรกิจหลักของเราได้แก่ ส่วนธุรกิจการจัดจำหน่ายแม็กซ์แคร์ (Maxxcare®) และกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เมก้าวีแคร์ (Mega We Care®)

กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์แบรนด์เมก้าวีแคร์ (Mega We Care®) มีอัตรากำไรสูงกว่ากลุ่มธุรกิจอื่น ๆ การเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากผลิตภัณฑ์แบรนด์เมก้าวีแคร์ (Mega We Care®) ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการขายผลิตภัณฑ์ยาที่ต้องสั่งโดยแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ รายได้จากธุรกิจจัดจำหน่ายแม็กซ์แคร์ (Maxxcare®) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจสำคัญที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง พิจารณาจากศักยภาพการขยายตัวของฐานลูกค้า (หลัก) ในด้านเภสัชภัณฑ์และสินค้าอุปโภคบริโภคประเภทหมุนเร็ว (FMCG)

ส่วนงานธุรกิจ

ธุรกิจการจัดจำหน่ายแม็กซ์แคร์ (Maxxcare®)
เราทำการตลาด ขาย และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาตามใบสั่งแพทย์ที่มีฉลากยี่ห้อ ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ และสินค้าอุปโภคบริโภคประเภทหมุนเร็ว (FMCG) บริการของเราครอบคลุมการจัดการคลังสินค้า การเรียกเก็บเงิน (รวมถึงการรับผิดชอบหนี้เสีย) และบริการมูลค่าเพิ่ม เช่น บริการด้านการตลาดสำหรับลูกค้าหลักบางกลุ่ม เราดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายแม็กซ์แคร์ (Maxxcare®) ใน 3 ประเทศ ได้แก่ เมียนมาร์ เวียดนาม และกัมพูชา ลูกค้าของเราประกอบด้วยบริษัทชั้นนำทั้งด้านเภสัชกรรมและบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคประเภทหมุนเร็ว (FMCG) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้เรายังจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์เมก้าวีแคร์ (Mega We Care®) ในตลาดที่เราดำเนินการอยู่
ธุรกิจผลิตภัณฑ์แบรนด์เมก้าวีแคร์ (Mega We Care®)
เราพัฒนา ผลิต ทำการตลาด และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์ยาตามใบสั่งแพทย์ และผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ ภายใต้แบรนด์ของเรา
ธุรกิจรับจ้างผลิตตามสูตรของลูกค้า (OEM business)
นอกเหนือจากการผลิตผลิตภัณฑ์แบรนด์ของเราเอง โรงงานผลิตของเราในประเทศไทยและออสเตรเลียยังรับจ้างผลิต ตามสูตรการผลิตของลูกค้าบุคคลที่สาม รายได้ของเมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ ส่วนใหญ่มาจากผลิตภัณฑ์แบรนด์เมก้าวีแคร์ (Mega We Care®) ซึ่งประกอบด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์เฉพาะทาง และจากธุรกิจจัดจำหน่ายแม็กซ์แคร์ (Maxxcare®) โดยทั้งสองธุรกิจคิดเป็นประมาณ 98% ของรายได้รวม นอกจากนี้ เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ ยังผลิตผลิตภัณฑ์ภายใต้สัญญารับจ้างผลิตตามสูตรของลูกค้าในโรงงานที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยและออสเตรเลีย

กลยุทธ์การเติบโตของเรา

ลงทุนเสริมสร้างขีดความสามารถอย่างต่อเนื่อง
เราจะมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย และสร้างแพลตฟอร์มเพื่อการเติบโตร่วมกัน
รักษาและขยายกระแสรายได้ ด้วยการแนะนำผลิตภัณฑ์ยาและอาหารเสริมเฉพาะทางในตลาดที่มีอยู่และตลาดใหม่ ๆ
เรามุ่งหวังที่จะเป็นแชมป์ของตลาดกำลังพัฒนาและตลาดที่กำลังเติบโต โดยแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูง และ/หรือ ผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่มในราคาที่เหมาะสม
เราจะปรับปรุงมาตรฐานการนำเสนอผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ เมก้าวีแคร์ (Mega We Care®) ผ่านการปฏิบัติตามมาตรฐานที่สูงขึ้นของหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตสินค้า (GMP) และยกระดับบริการภายใต้แบรนด์แม็กซ์แคร์ (Maxxcare®) โดยนำเทคโนโลยีและมาตรฐานการบริการที่สูงขึ้นมาใช้
เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จะปรับต้นทุนให้เหมาะสมเพื่อให้มั่นใจถึงการดำรงอยู่และการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดที่ดำเนินการอยู่

ทรัพยากรของเรา

ฐานการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
+
จำนวนพนักงานทั่วโลก
ประเทศที่ครอบคลุมการดำเนินธุรกิจ
เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน
(ปี 2568: เครื่องหมายการค้า 3,975 เครื่องหมาย)
สัญญาจ้างงานบริษัทหรือบุคคลภายนอกที่มีความชำนาญเฉพาะด้านเข้ามาดำเนินงานแทน ซึ่งมีคุณค่าในระดับสูง และมีส่วนร่วมในระดับลึกสำหรับผลิตภัณฑ์ยาที่เน้นลูกค้ากลุ่มเฉพาะ
การลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเชื่อมโยงผู้ป่วย บุคลากร ทางการแพทย์ และร้านขายยา เพื่อยกระดับระบบนิเวศด้านการดูแลสุขภาพ

การมีอยู่ของเรา

Global Reach

รายได้แบ่งตามภูมิภาค (ปี 2568)

รายได้ส่วนใหญ่มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แบรนด์สินค้าที่กระจายใน 34 ประเทศ
  1. อาเซอร์ไบจาน
  2. คองโก
  3. กัมพูชา
  4. กานา
  5. ฮ่องกง
  6. อินโดนีเซีย
  7. คาซัคสถาน
  8. เคนยา
  9. บุรุนดี
  10. มาเลเซีย
  11. มองโกเลีย
  12. เมียนมาร์
  13. ไนจีเรีย
  14. เปรู
  15. ฟิลิปปินส์
  16. รวันดา
  17. สิงคโปร์
  18. ศรีลังกา
  19. แทนซาเนีย
  20. ไทย
  21. ตรินิแดดและโตเบโก
  22. ยูกันดา
  23. ยูเครน
  24. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  25. อุซเบกิสถาน
  26. เวียดนาม
  27. เยเมน
  28. เอธิโอเปีย
  29. ซูดาน
  30. เนปาล
  31. แซมเบีย
  32. โคลอมเบีย
  33. ซิมบับเว
  34. สาธารณรัฐเซาท์ซูดาน

การเพิ่มมูลค่าโดยเมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ และพนักงานกว่า 5,400 คน

เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ เชื่อในการสร้างความมั่งคั่งและกระจายความมั่งคั่งเหล่านี้ไปยังผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทให้ความสำคัญกับการตอบแทนพนักงานอย่างเหมาะสมผ่านค่าตอบแทนและสิ่งจูงใจต่าง ๆ การให้สิทธิซื้อหุ้น สภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นมิตร และการดูแลด้านสุขภาพสำหรับทุกคน บริษัทยึดมั่นในการชำระภาษีอากรอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ บริษัทยังลงทุนเพื่อสังคมผ่านมูลนิธิเวลเนส วี แคร์ นอกจากนี้บริษัทชำระเงินให้แก่คู่ค้าอย่างตรงเวลา และบริหารจัดการภาระหนี้อย่างมีวินัย โดยชำระคืนเงินกู้แก่ธนาคารและสถาบันการเงินครบถ้วนตามกำหนดเวลา

มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจทางตรงที่สร้างขึ้น หน่วย ปี 2568 ปี 2567 ปี 2566 ปี 2565 ปี 2564 ปี 2563
รายได้จากการขาย ล้านบาท 14,147 15,344 15,681 15,686 14,136 12,589
รายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการ ล้านบาท 14,147 15,344 15,681 15,686 14,136 12,589
การขายสุทธิบวกรายได้จากการลงทุนทางการเงิน และการขายสินทรัพย์ ล้านบาท 14,235 15,409 15,745 15,728 14,149 12,602
มูลค่าทางเศรษฐกิจที่กระจายไป
ค่าแรงพนักงานและผลประโยชน์ ล้านบาท 2,626 2,476 2,303 2,404 2,259 2,058
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ล้านบาท 5,511 5,342 5,129 5,298 4,686 4,154
การจ่ายเงินให้แก่รัฐบาล ภาษีขั้นต้นก่อนหักค่าลดหย่อน ล้านบาท 374 362 423 389 363 227
การจ่ายเงินให้แก่ผู้ให้เงินทุน การจ่ายเงินปันผล ล้านบาท 1,395 1,395 1,439 1,404 924 671
การลงทุนในชุมชน ล้านบาท - - 0.5 7 - -
มูลค่าทางเศรษฐกิจที่สงวนไว้ ล้านบาท 9,754 9,416 8,841 8,316 7,542 6,497

เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ ชำระภาษีอากรให้แก่รัฐอย่างครบถ้วน และในอดีต บริษัทได้รับรางวัลจากนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยสำหรับแนวปฏิบัติที่ดีด้านภาษีอากร

บริษัทย่อยของบริษัทที่จัดตั้งในประเทศหรือเขตอำนาจศาลที่มีอัตราภาษีต่ำ จัดตั้งขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจเท่านั้น มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการหลีกเลี่ยงภาษี

การกระทบยอดอัตราภาษีที่แท้จริง

รวม
รายการ 2568 2567 2566
อัตรา (%) ล้านบาท อัตรา (%) ล้านบาท อัตรา (%) ล้านบาท
กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 2,404 2,352 2,262
ภาษีเงินได้โดยใช้อัตราภาษีเฉลี่ยที่คาดไว้* 20.9 502 19.3 454 17.2 388
ผลกระทบด้านภาษีต่อรายได้และค่าใช้จ่าย ซึ่งไม่สามารถหักภาษีหรือไม่สามารถหักได้ ในการกำหนดกำไรที่หักภาษีได้สุทธิ 18 (121) (90)
อื่น ๆ (27) 6 (28)
รวม 20.5 492 14.4 340 11.9 269

หมายเหตุ:

  • * อัตราภาษีเฉลี่ยที่คาดไว้สัมพันธ์กับอัตราภาษีเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักโดยการทำกำไรก่อนหักภาษีในประเทศเหล่านั้นที่เมก้าดำเนินงานอยู่
การจ่ายภาษีทั่วโลกตามงบการเงินรวม

ในปี 2568

การจ่ายภาษีทั่วโลกตามงบการเงินรวม

492 ล้านบาท

เงินปันผล