พลังงานแสงอาทิตย์
เมก้าจะติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุกที่ที่เป็นไปได้ มีการลงทุน 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 3 แห่ง ซึ่งช่วยประหยัดได้
716 ตันคาร์บอนไดออกไซด์

ประหยัดน้ำมันดีเซล 60,000 ลิตรในเมียนมาร์ในปี 2564

สถานีชาร์จ EV
เมก้าจะส่งเสริมให้พนักงานใช้ อีวี/ไฮบริดโดยใช้งานที่จุดชาร์จไฟ
ก๊าซธรรมชาติ
ลดการใช้ก๊าซธรรมชาติลง ร้อยละ
% (2018 เทียบกับ 2021) (ต่อล้านแคปซูล)
การใช้พลังงาน
ลดการใช้ไฟฟ้าลง ร้อยละ
(2018 Vs 2021) (ต่อล้านแคปซูล)
การบำบัดน้ำ
มีการรีไซเคิลน้ำ ร้อยละ
ภายในปี 2566

เป้าหมายในปี 2030

ร้อยละ
ความเป็นกลางทางน้ำ
ร้อยละ
พลังงานหมุนเวียน
ร้อยละ
การหมุนเวียนของเสีย
ร้อยละ
ความเป็นกลางทางคาร์บอน

การมีส่วนร่วมด้านความยั่งยืน

ฝ่ายทรัพยากรบุคคลได้ดำเนินการจัดอบรมด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงงานอย่างต่อเนื่องตามมาตรฐาน ISO 14001 เพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ และสร้างความตระหนักด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมให้แก่บุคลากร พร้อมส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การควบคุมของเสียและมลพิษ การป้องกันและรับมือเหตุฉุกเฉิน ตลอดจนการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ แนวปฏิบัติดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อบังคับพนักงาน ซึ่งเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์และระบบอินทราเน็ตของบริษัท เพื่อให้บุคลากรทุกระดับสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวก

การอบรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท ได้แก่ การลดการใช้พลังงานไฟฟ้า การลดการเกิดน้ำเสีย การรักษาเป้าหมาย Zero Community Complaints และการคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง

ในปี 2568 บริษัทฯ มีจำนวนชั่วโมงการฝึกอบรมพนักงานรวมมากกว่า 82,000 ชั่วโมง โดยจัดหลักสูตรที่หลากหลาย ครอบคลุมทักษะและองค์ความรู้ที่จำเป็น อาทิ นโยบายการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน การอบรมด้านความปลอดภัยเบื้องต้น การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การบริหารจัดการให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านกฎหมายแรงงาน ตลอดจนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน นอกจากนี้ บริษัทฯยังได้จัดการอบรมด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม จำนวน 3 รอบ ระหว่างเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ เข้าร่วมการอบรมและลงนามรับทราบครบถ้วน 100%

เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทาน บริษัทได้จัด เวิร์กช็อปด้านความยั่งยืน ขึ้นที่สำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ โดยมีความร่วมมือกับ บริษัท บีเอเอสเอฟ และได้รับข้อมูลเชิงลึกด้านเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนจาก เอสซีจีซี กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมความคิดเห็นและแนวคิดในการขับเคลื่อนความยั่งยืนในอุตสาหกรรมของบริษัทฯ

คุณวิเวก ดาวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทเมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ ได้กล่าวเปิดงานโดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำนโยบายและแนวคิดด้านความยั่งยืนมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งนำเสนอเส้นทางความยั่งยืนของบริษัทฯ ที่ครอบคลุมทุกมิติของ ESG

เวิร์กช็อปครั้งนี้เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างมีคุณค่า ระหว่างผู้เชี่ยวชาญในห่วงโซ่คุณค่า ได้แก่ ฝ่ายการตลาด พัฒนาธุรกิจ พัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิต และวิศวกรรม จาก เมก้า (MEGA) , บีเอเอสเอฟ (BASF) และ เอสซีจีซี (SCGC) ซึ่งนำไปสู่มุมมองที่หลากหลายและแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง

เป้าหมายหลักของเวิร์กช็อปนี้ แบ่งออกเป็น 3 หมวดหมู่สำคัญ:

1. สร้างความตระหนักรู้และมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค:

สร้างความเข้าใจในเรื่องความยั่งยืนในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผ่านการเข้าร่วมประชุมอุตสาหกรรมและกิจกรรมในมหาวิทยาลัย

2. มีส่วนร่วมและสร้างความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย:

ความร่วมมือในการพัฒนาและทดสอบผลิตภัณฑ์ต้นแบบ เช่น วิตามิน A และ E รวมถึงสารช่วย (excipients) ที่ยั่งยืนสำหรับตลาด

3. แนวปฏิบัติด้านความยั่งยืน:

ถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ เพื่อสำรวจแนวทางบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนมากขึ้น เพื่อยกระดับความยั่งยืนโดยรวมของบริษัท

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมกลุ่มในหัวข้อดังกล่าว ซึ่งผู้เข้าร่วมได้แสดงความมีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจและความมุ่งมั่นที่เข้มแข็งต่อแนวคิดด้านความยั่งยืน

เวิร์กช็อปครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญจาก "แนวคิดสู่การลงมือทำ" และเป็นการแสดงออกถึงพันธกิจของเราที่มีต่ออนาคตที่ยั่งยืน

บริษัทฯ ให้คำมั่นที่จะดำเนินกิจกรรมเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องกับพนักงานและซัพพลายเออร์ พร้อมทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อสนับสนุนและผลักดันให้บรรลุเป้าหมายร่วมด้าน การพัฒนาอย่างยั่งยืน