สิทธิมนุษยชน
การใช้แรงงานเด็ก การใช้แรงงานบังคับ และการใช้แรงงานทาสยุคใหม่

บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะไม่ใช้แรงงานบังคับหรือแรงงานเด็กในการดำเนินงานใดๆ บริษัทฯ จะไม่ยินยอมให้มีการใช้แรงงานทาสในยุคปัจจุบัน และรับรองว่าจะปฏิบัติตามข้อกำหนดอายุการทำงานขั้นต่ำที่กำหนดโดยข้อบังคับท้องถิ่นและห้ามมิให้มีการใช้แรงงานเด็กในการดำเนินงานและในห่วงโซ่คุณค่าของ บริษัทฯ เคารพสิทธิของพนักงานทุกคนในการเข้าและออกจากงานโดยสมัครใจ และไม่เกี่ยวข้องกับแรงงานภาคบังคับ ถูกบังคับ ผูกมัด หรือถูกผูกมัด การทำงานล่วงเวลาจะเป็นไปโดยสมัครใจและได้รับค่าตอบแทนอย่างน้อยตามกฎหมาย
บริษัทฯ ต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศทุกรูปแบบและ บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะจัดหาสถานที่ทำงานที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นให้กับพนักงานของเราและตลอดห่วงโซ่คุณค่า นโยบายและความเชื่อด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ ครอบคลุมไปถึงคู่ค้าและลูกค้าหลักของเรา

การจ้างงานคนพิการ
ปัจจุบันบริษัทฯ มิได้มีการจ้างงานคนพิการ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายโดยการนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ตามที่กำหนดไว้ใน มาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550
เป้าหมายของบริษัทฯ มีดังนี้:
การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
ภาพรวม
บริษัทฯ ดำเนินการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งขอ กระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระบุ ป้องกัน ลดผลกระทบ และแสดงความรับผิดชอบต่อผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจ
กระบวนการนี้ สอดคล้องกับกรอบ 5 ขั้นตอนตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGP)
กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
การประกาศนโยบายและหลักการของบริษัทฯ ว่าด้วยการเคารพสิทธิมนุษยชน
การประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงหรือมีแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้น
การบูรณาการนโยบายและกลไกการควบคุมภายในและภายนอก
การติดตามและการรายงานผลการดำเนินงาน
การเยียวยาและการแก้ไข
1. การประกาศนโยบาย
บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นเคารพสิทธิมนุษยชนของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ตามมาตรฐานสากล ดังนี้
- หลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
- หลักการ UNGP
นโยบายครอบคลุมด้าน:
- การต่อต้านการค้ามนุษย์
- การไม่ใช้แรงงานบังคับหรือแรงงานเด็ก
- การไม่เลือกปฏิบัติ
- การป้องกันการล่วงละเมิด
- การเคารพเสรีภาพในการรวมกลุ่ม
- การให้ค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม
นโยบายฉบับนี้ครอบคลุมไม่เพียงแต่การดำเนินงานของบริษัทฯ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริษัทย่อยและคู่ค้าทางธุรกิจอีกด้วย
นอกจากนี้ คู่ค้าทางธุรกิจยังมีหน้าที่ต้องดำเนินการประเมินด้านความยั่งยืน ซึ่งครอบคลุมประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) รวมถึงด้านสิทธิมนุษยชนด้วย
2. การประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ทั้งที่เกิดขึ้นจริงและที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงความสัมพันธ์ทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ประเด็นสำคัญที่นำมาพิจารณา ได้แก่:
- ผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกองค์กร
- ผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม
- กลุ่มเปราะบาง อาทิ
- ผู้หญิง
- เด็ก
- แรงงานข้ามชาติ
- แรงงานตามสัญญา
- ชุมชนชนพื้นเมือง
- ชุมชนท้องถิ่น
ขอบเขต
ครอบคลุมกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัททั้งหมด (ร้อยละ 100) โดยแบ่งออกเป็น
กิจกรรมหลัก
- การดำเนินงานด้านผลิตภัณฑ์
- การให้บริการ
กิจกรรมสนับสนุน
- ผู้จัดหา
- พนักงาน
- ลูกค้า
- ชุมชนและสังคม
- ผู้ถือหุ้น
รวมถึงรูปแบบการดำเนินธุรกิจใหม่ เช่น
- การร่วมลงทุน
- การควบรวมและซื้อกิจการ
3. การบูรณาการและการบริหารความเสี่ยง
ขั้นตอนที่ 1: การระบุประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน
ขั้นตอนที่ 2: การจัดลำดับความเสี่ยง
ความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนจะถูกประเมินโดยพิจารณาจากปัจจัยดังต่อไปนี้:
- โอกาสในการเกิดเหตุการณ์
- ระดับความรุนแรงของผลกระทบ
ระดับความเสี่ยง
- สูงมาก
- สูง
- ปานกลาง
- ต่ำ
- ต่ำมาก
ความเสี่ยงสำคัญที่ระบุได้ (ปี 2568)
- การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า (ระดับสูง) (4x4)
- การรักษาความลับของคู่ค้าทางธุรกิจ (ระดับปานกลางถึงสูง) (3x4)
ขั้นตอนที่ 3: มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยง
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า
ความเสี่ยง: การรั่วไหลของข้อมูล
มาตรการ:
- การประเมินด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
- การอบรมพนักงานเกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
การรักษาความลับของคู่ค้าทางธุรกิจ
ความเสี่ยง: การเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ
มาตรการ:
- การปฏิบัติตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้า
- การปฏิบัติตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา
- กระบวนการตรวจสอบทรัพย์สินทางปัญญาก่อนการจำหน่าย
4. การติดตามและการรายงานผล
บริษัทฯ ดำเนินการดังนี้:
- ติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
- จัดให้มีการอบรมและสร้างความตระหนักแก่พนักงาน
- ทบทวนความเสี่ยงและผลกระทบเป็นประจำ
ผลการดำเนินงาน ปี 2568:
- ร้อยละ 100 ของกิจกรรมทางธุรกิจได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
- ร้อยละ 100 ของพื้นที่ความเสี่ยงระดับสูงมีมาตรการรองรับ
- ไม่พบ กรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯเปิดเผยผลการดำเนินงานเป็นประจำทุกปีผ่าน:
- รายงานด้านความยั่งยืน
- เว็บไซต์ของบริษัท
ทั้งนี้ บริษัทได้จัดให้มีช่องทางสำหรับผู้มีส่วนได้เสียในการแจ้งข้อร้องเรียนหรือข้อกังวล
ช่องทางการร้องเรียน (การแจ้งเบาะแส)
ผู้มีส่วนได้เสียสามารถแจ้งข้อร้องเรียนผ่านช่องทางดังต่อไปนี้:
- อีเมล: Audit.Committee@megawecare.com หรือ whistleblow@megawecare.com
- ที่อยู่:บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) 384 ซอย 6 ถนนพัฒนา 3 นิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ 10280 ประเทศไทย
- เว็บไซต์: www.megawecare.com
- โทรศัพท์: +66 2 769 4230
5. การเยียวยาและการดำเนินการแก้ไข
บริษัทฯตระหนักว่าการดำเนินธุรกิจอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชน และมุ่งมั่นลดความเสี่ยงดังกล่าวผ่าน:
- การประเมินความเสี่ยงเป็นประจำทุกปี
- มาตรการป้องกันและลดผลกระทบ
ในกรณีที่เกิดการละเมิด:
บริษัทฯ จะดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นธรรม และกำหนดมาตรการทางวินัยที่เหมาะสม เช่น
- การตักเตือนด้วยวาจาหรือเป็นลายลักษณ์อักษร
- มาตรการทางวินัยอื่นตามความเหมาะสม