บริษัทเมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ มีนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนและยึดมั่นตามนโยบายในการทำงานในแต่ละวันและตามกลยุทธ์ทางธุรกิจ บริษัทฯ ยึดหลักสิทธิมนุษยชนในสถานที่ทำงานอย่างแข็งขัน

บริษัทเมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ เชื่อมั่นในการเคารพ ส่งเสริม และสนับสนุนสิทธิมนุษยชน นโยบายสิทธิมนุษยชนนี้จัดทำขึ้นโดยอ้างอิงและอ้างถึงจรรยาบรรณทางธุรกิจและหลักจริยธรรมทางธุรกิจ นโยบายการไม่เลือกปฏิบัติและการไม่ล่วงละเมิดและนโยบายไม่ตอบโต้ นอกจากนี้บริษัทเมก้า ยังมีจรรยาบรรณสำหรับคู่ค้าสำหรับการประเมินคู่ค้าทางธุรกิจของบริษัทฯ ตามวิสัยทัศน์ของบริษัทในการส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานที่ยั่งยืนในสถานที่ทำงานของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของบริษัทฯด้วย

นโยบายด้านสิทธิมนุษยชนนี้สอดคล้องกับหลักการและจิตวิญญาณดังต่อไปนี้

ปฎิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและหลักการชี้นำขององค์การสหประช่ชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (UNGP)
อนุสัญญาพื้นฐานที่ระบุโดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ

การใช้แรงงานเด็ก การใช้แรงงานบังคับ และการใช้แรงงานทาสยุคใหม่

บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะไม่ใช้แรงงานบังคับหรือแรงงานเด็กในการดำเนินงานใดๆ บริษัทฯ จะไม่ยินยอมให้มีการใช้แรงงานทาสในยุคปัจจุบัน และรับรองว่าจะปฏิบัติตามข้อกำหนดอายุการทำงานขั้นต่ำที่กำหนดโดยข้อบังคับท้องถิ่นและห้ามมิให้มีการใช้แรงงานเด็กในการดำเนินงานและในห่วงโซ่คุณค่าของ บริษัทฯ เคารพสิทธิของพนักงานทุกคนในการเข้าและออกจากงานโดยสมัครใจ และไม่เกี่ยวข้องกับแรงงานภาคบังคับ ถูกบังคับ ผูกมัด หรือถูกผูกมัด การทำงานล่วงเวลาจะเป็นไปโดยสมัครใจและได้รับค่าตอบแทนอย่างน้อยตามกฎหมาย

บริษัทฯ ต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศทุกรูปแบบและ บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะจัดหาสถานที่ทำงานที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นให้กับพนักงานของเราและตลอดห่วงโซ่คุณค่า นโยบายและความเชื่อด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ ครอบคลุมไปถึงคู่ค้าและลูกค้าหลักของเรา

การจ้างงานคนพิการ

ปัจจุบันบริษัทฯ มิได้มีการจ้างงานคนพิการ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายโดยการนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ตามที่กำหนดไว้ใน มาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550

เป้าหมายของบริษัทฯ มีดังนี้:

การประเมินด้านสิทธิมนุษยชนของคู่ค้าที่สำคัญ และด้านอื่นๆ ของ ESG
ไม่มีการใช้แรงงานทาสในบริษัทฯ
ผู้จัดหาวัตถุดิบที่ไม่ใช่วัตถุดิบที่สำคัญทั้งหมดจะได้รับการประเมินด้านสิทธิมนุษยชนและด้านอื่นๆ ของ ESG

การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

ภาพรวม

บริษัทฯ ดำเนินการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งขอ กระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระบุ ป้องกัน ลดผลกระทบ และแสดงความรับผิดชอบต่อผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจ

กระบวนการนี้ สอดคล้องกับกรอบ 5 ขั้นตอนตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGP)

กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

การประกาศนโยบายและหลักการของบริษัทฯ ว่าด้วยการเคารพสิทธิมนุษยชน
การประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงหรือมีแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้น
การบูรณาการนโยบายและกลไกการควบคุมภายในและภายนอก
การติดตามและการรายงานผลการดำเนินงาน
การเยียวยาและการแก้ไข

1. การประกาศนโยบาย

บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นเคารพสิทธิมนุษยชนของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ตามมาตรฐานสากล ดังนี้

  • หลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
  • หลักการ UNGP

นโยบายครอบคลุมด้าน:

  • การต่อต้านการค้ามนุษย์
  • การไม่ใช้แรงงานบังคับหรือแรงงานเด็ก
  • การไม่เลือกปฏิบัติ
  • การป้องกันการล่วงละเมิด
  • การเคารพเสรีภาพในการรวมกลุ่ม
  • การให้ค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม

นโยบายฉบับนี้ครอบคลุมไม่เพียงแต่การดำเนินงานของบริษัทฯ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริษัทย่อยและคู่ค้าทางธุรกิจอีกด้วย

นอกจากนี้ คู่ค้าทางธุรกิจยังมีหน้าที่ต้องดำเนินการประเมินด้านความยั่งยืน ซึ่งครอบคลุมประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) รวมถึงด้านสิทธิมนุษยชนด้วย

2. การประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ทั้งที่เกิดขึ้นจริงและที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงความสัมพันธ์ทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ประเด็นสำคัญที่นำมาพิจารณา ได้แก่:

  • ผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกองค์กร
  • ผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม
  • กลุ่มเปราะบาง อาทิ
    • ผู้หญิง
    • เด็ก
    • แรงงานข้ามชาติ
    • แรงงานตามสัญญา
    • ชุมชนชนพื้นเมือง
    • ชุมชนท้องถิ่น

ขอบเขต

ครอบคลุมกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัททั้งหมด (ร้อยละ 100) โดยแบ่งออกเป็น

กิจกรรมหลัก

  • การดำเนินงานด้านผลิตภัณฑ์
  • การให้บริการ

กิจกรรมสนับสนุน

  • ผู้จัดหา
  • พนักงาน
  • ลูกค้า
  • ชุมชนและสังคม
  • ผู้ถือหุ้น

รวมถึงรูปแบบการดำเนินธุรกิจใหม่ เช่น

  • การร่วมลงทุน
  • การควบรวมและซื้อกิจการ

3. การบูรณาการและการบริหารความเสี่ยง

ขั้นตอนที่ 1: การระบุประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน

ขั้นตอนที่ 2: การจัดลำดับความเสี่ยง

ความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนจะถูกประเมินโดยพิจารณาจากปัจจัยดังต่อไปนี้:

  • โอกาสในการเกิดเหตุการณ์
  • ระดับความรุนแรงของผลกระทบ

ระดับความเสี่ยง

  1. สูงมาก
  2. สูง
  3. ปานกลาง
  4. ต่ำ
  5. ต่ำมาก

ความเสี่ยงสำคัญที่ระบุได้ (ปี 2568)

  1. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า (ระดับสูง) (4x4)
  2. การรักษาความลับของคู่ค้าทางธุรกิจ (ระดับปานกลางถึงสูง) (3x4)

ขั้นตอนที่ 3: มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยง

การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า

ความเสี่ยง: การรั่วไหลของข้อมูล

มาตรการ:

  • การประเมินด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
  • การอบรมพนักงานเกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
การรักษาความลับของคู่ค้าทางธุรกิจ

ความเสี่ยง: การเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ

มาตรการ:

  • การปฏิบัติตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้า
  • การปฏิบัติตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา
  • กระบวนการตรวจสอบทรัพย์สินทางปัญญาก่อนการจำหน่าย

4. การติดตามและการรายงานผล

บริษัทฯ ดำเนินการดังนี้:

  • ติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
  • จัดให้มีการอบรมและสร้างความตระหนักแก่พนักงาน
  • ทบทวนความเสี่ยงและผลกระทบเป็นประจำ

ผลการดำเนินงาน ปี 2568:

  • ร้อยละ 100 ของกิจกรรมทางธุรกิจได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
  • ร้อยละ 100 ของพื้นที่ความเสี่ยงระดับสูงมีมาตรการรองรับ
  • ไม่พบ กรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯเปิดเผยผลการดำเนินงานเป็นประจำทุกปีผ่าน:

  • รายงานด้านความยั่งยืน
  • เว็บไซต์ของบริษัท

ทั้งนี้ บริษัทได้จัดให้มีช่องทางสำหรับผู้มีส่วนได้เสียในการแจ้งข้อร้องเรียนหรือข้อกังวล

ช่องทางการร้องเรียน (การแจ้งเบาะแส)

ผู้มีส่วนได้เสียสามารถแจ้งข้อร้องเรียนผ่านช่องทางดังต่อไปนี้:

  • อีเมล: Audit.Committee@megawecare.com หรือ whistleblow@megawecare.com
  • ที่อยู่:
    บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) 384 ซอย 6 ถนนพัฒนา 3 นิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ 10280 ประเทศไทย
  • เว็บไซต์: www.megawecare.com
  • โทรศัพท์: +66 2 769 4230

5. การเยียวยาและการดำเนินการแก้ไข

บริษัทฯตระหนักว่าการดำเนินธุรกิจอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชน และมุ่งมั่นลดความเสี่ยงดังกล่าวผ่าน:

  • การประเมินความเสี่ยงเป็นประจำทุกปี
  • มาตรการป้องกันและลดผลกระทบ

ในกรณีที่เกิดการละเมิด:

บริษัทฯ จะดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นธรรม และกำหนดมาตรการทางวินัยที่เหมาะสม เช่น

  • การตักเตือนด้วยวาจาหรือเป็นลายลักษณ์อักษร
  • มาตรการทางวินัยอื่นตามความเหมาะสม